บทเห่ชมนก

posted on 03 Jul 2011 14:23 by pranpanninlive

 

 บทเห่ชมนก

 

โคลง

รอนรอนสุริยโอ้ อัสดง

เรื่อยเรื่อยลับเมรุลง ค่ำแล้ว

รอนรอนจิตจำนง นุชพี่ เพียงแม่

เรื่อยเรื่อยเรียมคอยแก้ว คลับคล้ายเรียมเหลียว

 

ช้าลวะเห่

เรื่อยเรื่อยมารอนรอน ทิพากรจะตกต่ำ

สนธยาจะใกล้ค่ำ คำนึงหน้าเจ้าตาตรู

เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง นกบินเฉียงไปทั้งหมู่

ตัวเดียวมาพลัดคู่ เหมือนพี่อยู่ผู้เดียวดาย

เห็นฝูงยูงรำฟ้อน คิดบังอรร่อนรำกราย

สร้อยทองย่องเยื้องชาย เหมือนสายสวาทนาดนวยจร

สาลิกามาตามคู่ ชมกันอยู่สู่สมสมร

แต่พี่นี้อาวรณ์ ห่อนเห็นเจ้าเศร้าใจครวญ

นางนวลนวลน่ารัก ไม่นวลพักตร์เหมือนทรามสงวน

แก้วพี่นี้สุดนวล ดั่งนางฟ้าหน้าใยยอง

นกแก้วแจ้วแจ่มเสียง จับไม้เรียงเคียงคู่สอง

เหมือนพี่นี้ประคอง รับขวัญน้องต้องมือเบา

 

มูละเห่

ไก่ฟ้ามาตัวเดียว เดินท่องเที่ยวเลี้ยวเหลี่ยมเขา

เหมือนพรากจากนงเยาว์ เปล่าใจเปลี่ยวเหลียวหานาง

แขกเต้าเคล้าคู่เคียง เรียงจับไม้ไซ้ปีกหาง

เรียมคะนึงถึงเอวบาง เคยแนบข้างร้างแรมนาน

ดุเหว่าเจ่าจับร้อง สนั่นก้องซ้องเสียงหวาน

ไพเราะเพราะกังวาน ปานเสียงน้องร้องสั่งชาย

โนรีสีปานชาด เหมือนช่างฉลาดวาดแต้มลาย

ไม่เท่าเจ้าโฉมฉาย ห่มตาดพรายกรายกรมา

สัตวาน่าเอ็นดู คอยหาคู่อยู่เอกา

เหมือนพี่ที่จากมา ครวญหาเจ้าเศร้าเสียใจ

ปักษีมีหลายพรรณ บ้างชมกันขันเพรียกไพร

ยิ่งฟังวังเวงใจ ล้วนหลายหลากมากภาษา

 

 

ถอดคำประพันธ์

แดดรอนๆ ตอนตะวันตกดิน  ดวงอาทิตย์กำลังเลื่อยลับไปใกล้ค่ำแล้ว

พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน เวลาจะใกล้ค่ำพี่ก็คิดถึงแต่หน้าน้อง นกบินสูงเฉียงไปทั้งฝูงแต่มีอยู่ตัวหนึ่งต้องพลัดจากคู่เหมือนกับพี่ที่ต้องอยู่คนเดียว เห็นนกยูงแพนขนอยู่ก็นึกถึงน้องตอนท่าเคลื่อนไหวที่มีลีลาเหมือนกับไม้เถาชนิดหนึ่งที่กำลังเยื้องกราย นกสาลิกามาตามคู่ชมกันเหมือนกับนางงามแต่พี่นี้ก็คิดกังวลถึงน้องแล้วเศร้าใจ นกนางนวลงามผุดผ่องแต่หน้านั้นงามผุดผ่องเหมือนกับหน้าน้องที่งามผุดผ่องเหมือนกับนางฟ้าที่หน้าผุดผ่องเป็นยองใย นกแก้วเสียงแจ่มแจ้วอยู่บนต้นไม้เคียงคู่กันเหมือนกับพี่นั้นประคองและรับขวัญน้องต้องมือเบา ไก่ฟ้ามาตัวเดียวเดินท่องเยวอยู่ตามเขาเ หมือนพี่พรากจากน้องที่เป็นที่รักพี่นั้นก็รู้สึกเปล่าเปลี่ยวใจคิดถึงน้อง นกแขกเต้าอยู่กันเป็นคู่อยู่บนต้นไม้ไซ้ปีกไซ้หางให้กัน พี่นั้นก็คิดถึงตอนที่พี่นั้นได้กอดน้องแบบแนบชิดเป็นเวลานาน นกดุเหว่าก็ร้องกันเสียงหวานสนั่นก้องไพเราะกังวานปานเสียงน้องที่พูดกับพี่ นกโนรีสีปานชาดนั้นมีลวดลายที่สวยงามแต่ก็สวยไม่เท่าน้องที่ห่มตาด(ชื่อผ้าชนิดหนึ่ง ทอด้วยไหมควบกับเงินแล่งหรือทองแล่ง)ที่สวยงามมาหาพี่ นกสัตวาน่าเอ็นดูคอยหาคู่อยู่ทุกเวลาเหมือนพี่นั้นที่ต้องจากน้องมา พี่ก็คิดถึงน้องจึงเศร้าเสียใจ นกปักษีนั้นมีหลายพรรณ ต่างก็ชมกันขันเสียงในป่า พิ่ยิ่งฟังก็รู้สึกวังเวงใจด้วยความหลายหลากมากภาษาที่ทำให้พี่นั้นเศร้าใจ

 

คำไวพจน์

คือ คำที่มีรูปต่างกันแต่มีความหมายเหมือนกันหรือคล้ายกัน ใช้ในบริบทที่ต่างกัน คำชนิดนี้มีใช้อยู่ในภาษาไทยเป็นอันมากอาจเรียกว่าคำพ้องความหมายก็ได้

- พระอาทิตย์  สุริยะ  ทิพากร

- ค่ำหรืใกล้ค่ำ อัสดง  สนธยา

- ผู้หญิง บังอร  สมร นงเยาว์ โฉมฉาย

- นางอันเป็นที่รัก  สายสวาท  ทรามสงวน

- หน้า  พักตร์

 

 
 
 
การใช้สำนวนและโวหารเปรียบเทียบ หรือวิธีอุปมาโวหาร
 
 
โดยการยกเอาสิ่งที่จะกล่าวถึงมาตั้ง แล้วนำเอาสิ่งหนึ่งมาเปรียบเทียบโดยใช้คำที่บ่งว่าเปรียบเทียบอย่างชัดเจนทำให้เข้าใจได้ดี ในกาพย์เห่เรือเจ้าฟ้าธรรมธิเบศรทรงใช้สำนวนและโวหารเปรียบเทียบอย่างไพเราะแยบคาย ลึกซึ้ง และแปลกใหม่ ต่างไปจากความคิดของกวีคนอื่นๆ เป็นที่ติดใจของผู้อ่านอย่างยิ่ง ดังนี้เห็นฝูงยูงรำฟ้อน คิดบังอรร่อนรำกราย สร้อยทองย่องเยื้องกราย เหมือนสายสวาทนาดนวยจร
 
 
 
คุณค่าด้านสังคม
 
แสดงถึงขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น ประเพณีการแต่งกาย ผู้หญิงห่มผ้าสไบคลุมไหล่ เป็นต้นการไว้ทรงผม ผู้หญิงนิยมไว้ผมยาวประบ่า แล้วเก็บไรที่ถอนผมออกเป็นวงกลมการบอกเวลา นิยมใช้กลอง ฆ้องเป็นเครื่องบอกเปลี่ยนเวลาในบทนี้จะยกเรื่องเครื่องแต่งกาย

ตาด คืออะไร 

   ตาด คือ ผ้าที่ใช้ห่มทับสไบ ทอด้วยไหมควบกับเงินแล่งหรือทองแล่ง จึงมีสีเงินควบทองเหมือนเลื่อมสวยงาม ตาดจะต่างจาก กรองทอง ตรงที่กรองทองจะเป็นผ้าโปร่งทอด้วยไหมทองล้วนสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของการแต่งกายคือการอบผ้าให้มีกลิ่นหอม โดยผ้าจะใช้กรรมวิธีการอบโดยใช้ควันเทียนรม ผสมกลิ่นกระแจะให้อบอวลติดอยู่ในหีบเสียก่อน แล้วเอาผ้าลงอบลงในหีบ โรยดอกไม้สด อย่างดอกมะลิ กุหลาบ กระดังงาลนไฟ เทียนกิ่ง ชำมะนาด ซึ่งปรากฏในคำประพันธ์

 

 นกในบทเห่เรือ

 

 นกยูง

 

นกสาลิกา

 

 
นกแก้ว
 

นกแขกเต้า

 

 
  
นกโนรี
 

 

 
นกสร้อยทอง (นกขุนทอง) 

 

นกนางนวล

 

 

นกไก่ฟ้า

 

 

นกดุเหว่า

 

 
 
นกสัตวา

 

 

รายชื่อกลุ่มผู้จัดทำ

 

นาย กิตติธัช               ยงตระกูล  

นาย ณัฐกิตติ์               กลิ่นหอม  

นาย สุเมธ                  หอมมณี  ๑๘

นางสาว พัชรินทร์          เพี้ยสา  ๓๒

นางสาว พิจิตรา               ดีนา  ๓๓

นางสาว พิมพ์พร          อินทศรี  ๓๕

ชั่้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖/๑๐