บทเห่ชมไม้

posted on 03 Jul 2011 14:23 by pranpanninlive

บทเห่ชมไม้

 

โคลง

เรือชายชมมิ่งไม้ มีพรรณ

ริมท่าสาครคันธ์ กลิ่นเกลี้ยง

เพล็ดดอกออกแกมกัน ชูช่อ

หอมหื่นรื่นรสเพี้ยง กลิ่นเนื้อนวลนาง

 

กาพย์

เรือชายชมมิ่งไม้ ริมท่าไสวหลากหลายพรรณ

เพล็ดดอกออกแกมกัน ส่งกลิ่นเกลี้ยงเพียงกลิ่นสมร

ชมดวงพวงนางแย้ม บานแสล้มแย้มเกสร

คิดความยามบังอร แย้มโอษฐ์ยิ้มพริ้มพรายงาม

จำปาหนาแน่นเนื่อง คลี่กลีบเหลืองเรืองอร่าม

คิดคะนึงถึงนงราม ผิวเหลืองกว่าจำปาทอง

ประยงค์ทรงพวงห้อย ระย้าย้อยห้อยพวงกรอง

เหมือนอุบะนวลละออง เจ้าแขวนไว้ให้เรียมชม

พุดจีบกลีบแสล้ม พิกุลแกมแซมสุกรม

หอมชวยรวยตามลม เหมือนกลิ่นน้องต้องติดใจ

สาวหยุดพุทธชาด บานเกลื่อนกลาดดาษดาไป

นึกน้องกรองมาไลย วางให้พี่ข้างที่นอน

พิกุลบุนนาคบาน กลิ่นหอมหวานซ่านขจร

แม้นนุชสุดสายสมร เห็นจะวอนอ้อนพี่ชาย

เต็งแต้วแก้วกาหลง บานบุษบงส่งกลิ่นอาย

หอมอยู่ไม่รู้หาย คล้ายกลิ่นผ้าเจ้าตราตรู

มะลิวัลย์พันจิกจวง ดอกเป็นพวงร่วงเรณู

หอมมาน่าเอ็นดู ชูชื่นจิตต์คิดวนิดา

ลำดวนหวนหอมตระหลบ กลิ่นอายอบสบนาสา

นึกถวิลกลิ่นบุหงา รำไปเจ้าเศร้าถึงนาง

รวยรินกลิ่นรำเพย คิดพี่เชยเคยกลิ่นปราง

นั่งแนบแอบเอวบาง ห่อนแหห่างว่างเว้นวัน

ชมดวงพวงมาลี ศรีเสาวภาคย์หลากหลายพรรณ

วนิดามาด้วยกัน จะอ้อนพี่ชี้ชมเชย   

   

ถอดคำประพันธ์

 

โคลง เรือแล่นคล้อยไปจนพบพรรณไม้ต่างๆ อยู่ริมท่าน้ำ มีกลิ่นหอมสดชื่น ผลิดอกออกช่อผสมกัน กลิ่นหอมน่าชื่นเชยเหมือนกลิ่นเนื้อของน้อง

กระบวนเรือเคลื่อนมาพบต้นไม้กลากหลายชนิดขึ้นริมน้ำ ผลิดอกออกช่อผสมกัน มีกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนกลิ่นกายน้อง

พี่ชมดอกนางแย้มเป็นพวง แย้มกลีบชดช้อยเห็นเกสร ทำให้นึกถึงน้องยามแย้มปากยิ้มอย่างงดงาม

ดอกจำปาดกแน่นต้น ต่างคลี่กลีบสีเหลืองกระจ่างสวย คิดถึงผิวน้องที่เป็นสีเหลืองสวยกว่าสีดอกจำปา

ดอกประยงค์เป็นพวงห้อยระย้า เปรียบเหมือนอุบะที่น้องร้อยแขวนประดับให้พี่ดู

ดอกพุดจีบมีกลีบ ทั้งดอกพิกุลขึ้นแซมดอกสุกรมนั้น ต่างโชยกลิ่นหอมระรวยมาตามลม หอมเหมือนกลิ่นของน้องที่พี่ติดใจ

ดอกสายหยุด ดอกพุทธชาติ บานเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด นึกถึงน้องซึ่งเคยร้อยมาลัยวางไว้ข้างที่นอนให้พี่

ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ก็บานส่งกลิ่นหอมหวานกระจายไปทั่ว หากน้องมาเห็น ก็คงอ้อนวอนให้พี่เก็บให้

ต้นเต็ง ต้นแต้ว ต้นแก้ว และต้นกาหลง ต่างก็มีดอกบานหอม อบอวนไม่รู้หายเหมือนกลิ่นผ้าของน้อง

มะลิวัลย์เลื้อยพันต้นจิก ต้นจวง มีดอกเป็นพวง กลิ่นหอมอ่อนๆชื่นใจทำให้นึกถึงน้อง

ดอกลำดวนก็หอมตระหลบติดจมูก คิดถึงกลิ่นบุหงารำไป (ดอกไม้ที่อบเครื่องหอม ห่อด้วยผ้าโปร่ง)ที่น้องทำ แล้วเศร้าใจนัก

กลิ่นดอกไม้หอมรวยรินมากับสายลม ทำให้คิดถึงกลิ่นแก้มน้อง ยามนั่งแนบชิดไม่เคยเว้นว่างห่างไกลกัน พี่ชมดอกไม้หลากหลายชนิด แล้วคิดว่า หากน้องมาด้วยคงอ้อนวอนให้พี่ช่วยชี้ชมดอกไม้ด้วยกัน 

 

 
 
 
การพิจารณาคุณค่าด้านวรรณศิลป์
 
.การชมพรรณนาดอกไม้ในเวลากลางวัน สอดใส่ความรู้สึก และอารมณ์ให้ผู้อ่านคล้อยตาม
.รูปแบบลักษณะคำประพันธ์ ใช้กาพย์ห่อโคลง คือ แต่งโคลงสี่สุภาพแล้วแต่งกาพย์เลียนแบบพรรณนาเพิ่มเติม
๓.ศิลปะการประพันธ์ทำให้เกิดภาพพจน์ แบะความรู้สึกทางสุนทรียะอันได้แก่ ความชื่นชมในสิ่งสวยงามตามธรรมชาติ ความไพเราะของดนตรี ความรู้สึกแยบคายทางอารมณ์สะเทือนใจ
 
 
การพิจารณาคุณค่าด้านสังคม
 
๑. สะท้อนภาพชีวิตคนไทยด้านการคมนาคม แสดงการสัญจรทางน้ำให้เห็นว่าเมืองไทยมีแม่น้ำลำคลองมาก
๒. แสดงถึงขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น ประเพณีการแต่งกาย ผู้หญิงห่มผ้าสไบคลุมไหล่ เป็นต้นการไว้ทรงผม ผู้หญิงนิยมไว้ผมยาวประบ่า แล้วเก็บไรที่ถอนผมออกเป็นวงกลมการบอกเวลา นิยมใช้กลอง ฆ้องเป็นเครื่องบอกเปลี่ยนเวลา 

 

ชื่อดอกไม้

 

ดอกนางแย้ม

 

   ดอกสุกรม

 

   ดอกลำดวน

 

   ดอกจิก

 

 
ดอกจำปา
 
 
 
 
ดอกสายหยุด
 
 

 
ดอกแต้ว
 
 
 

ดอกจวง 

 

 

ดอกประยงค์

 

ดอกพุทธชาด

 

 

ดอกแก้ว

  

ดอกพุดจีบ

 

ดอกบุนนาค

 

ดอกกาหลง

 

ดอกพิกุล

 

 
ดอกเต็ง

  

ดอกมะลิวัลย์

 

 รายชื่ือกลุ่มผู้จัดทำ

นาย  ชนะ            ชมศักดิ์    ๑๔

นางสาว จรัสพร   หมวกชา     ๒๑

นางสาว  พิมพ์พร     วันทอง  ๓๔

นางสาว วนิดา         กาสา    ๓๘

นางสาว  วารุณี   แพนจำปา    ๔๑

นางสาว  อินทุอร   โพธิชัย     ๔๖

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖/๑๐