บทเห่ชมเรือ

posted on 03 Jul 2011 14:22 by pranpanninlive

บทเห่ชมเรือ

 

พระเสด็จโดยแดนชล ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย
  กิ่งแก้วแพร้วพรรณราย พายอ่อนหยับจับงามงอน
นาวาแน่นเป็นขนัด ล้วนรูปสัตว์แสนยากร
เรือริ้วทิวธงสลอน สาครลั่นครั้นครื้นฟอง
เรือครุฑยุดนาคหิ้ว ลิ่วลอยมาพาผันผยอง
พลพายกรายพายทอง ร้องโห่เห่โอ้เห่มา
สรมุขมุขสี่ด้าน เพียงพิมานผ่านเมฆา
ม่านกรองทองรจนา หลังคาแดงแย่งมังกร
สมรรถไชยไกรกาบแก้ว แสงแวววับจับสาคร 
เรียบเรียงเคียงคู่จร ดังร่อนฟ้ามาแดนดิน          
สุวรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์ 
เพียงหงส์ทรงพรหมินทร์ ลินลาศเลือนเตือนตาชม             
เรือไชยไวว่องวิ่ง รวดเร็วจริงยิ่งอย่างลม 
เสียงเส้าเร้าระดม ห่มท้ายเยิ่นเดินคู่กัน ฯ            
คชสีห์ทีผาดเผ่น ดูดังเป็นเห็นขบขัน  
ราชสีห์ทียืนยัน คั่นสองคู่ดูยิ่งยง            
เรือม้าหน้ามุ่งน้ำ แล่นเฉื่อยฉ่ำลำระหง 
เพียงม้าอาชาทรง องค์พระพายผายผันผยอง             
เรือสิงห์วิ่งเผ่นโผน โจนตามคลื่นฝืนฝาฟอง 
ดูยิ่งสิงห์ลำพอง เป็นแถวท่องล่องตามกัน          
นาคาหน้าดังเป็น ดูเขม้นเห็นขบขัน 
มังกรถอนพายพัน ทันแข่งหน้าวาสุกรี          
เลียงผาง่าเท้าโผน เพียงโจนไปในวารี  
นาวาหน้าอินทรี ที่ปีกเหมือนเลื่อนลอยโพยม                   
ดนตรีมี่อึงอล ก้องกาหลพลแห่โหม
โห่ฮึกครึกครื้นโครม โสมนัสชื่นรื่นเริงพล
กรีธาหมู่นาเวศ จากนคเรศโดยสาชล
เหิมหื่นชื่นกระมล ยลมัจฉาสารพันมี ฯ 
   
เห่ชมเรือกระบวน ถอดได้ว่า
 
พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพยุหยาตราชลมารค พระองค์ประทับบนเรือพระที่นั่งอันงดงามวิจิตรบรรจง กระบวนพยุหยาตรางดงามยิ่ง ลีลาการพายเรือนั้นอ่อนช้อยงดงามจับตา กระบวนพยุหยาตรานั้นมากมายแน่นขนัดเต็มท้องน้ำ เรือแต่ละลำประดิษฐ์ตกแต่งโขนเรือเป็นรูปสัตว์นานาชนิด ริ้วกระบวนเรือเคลื่อนมามองเห็นทิวธงประดับเป็นทิวแถว กระบวนเรือล่องลอยมาเสียงน้ำแตกกระจายเป็นคลื่นฟองดังไปทั่วท้องน้ำ เรือครุฑยุดนาค เป็นเรือที่มีโขนเรือทำเป็นรูปพญาครุฑกำลังเหยียบขยุ้มหิ้วพญานาคมาอย่างลำพอง เรือลอยลิ่วมาอย่างรวดเร็ว พลพายต่างวาดพายทองด้วยความพร้อมเพรียง ได้ยินเสียงร้องโห่เห่ดัง รับกับจังหวะพายของฝีพายมา เรือไกรสรมุข มีความงดงามราวกับพิมานของเทวดาล่องลอยมาจากสวรรค์ มีม่านกรองทองและหลังคาเป็นลวดลายมังกรเรือ เรือสมรรถชัยล่องลอยเคียงคู่กันมา แสงแวววับที่กราบเรือส่องสะท้อนกระทบผืนน้ำระยิบระยับตา งดงามยิ่งราวกับว่าล่องลอยมาจากสวรรค์ เรือสุวรรณหงส์ เป็นเรือพระที่นั่งที่มีโขนเรือเป็นรูปพญาหงส์ ตกแต่งด้วยพู่ห้อยประดับ เป็นเรือที่เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์ทรงพรรณนาไว้ว่าสง่างดงามที่สุด เดิมเรือลำนี้ชื่อว่า " เรือสุวรรณหงส์ " สร้างในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ต่อมาผุพังจนใช้การไม่ได้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้สถาปนาขึ้นใหม่ มีขนาดใหญ่กว่าเดิม พระราชทานนามว่า " เรือพระที่นั่งสุวรรณหงส์ " เรือชัยลอยเคียงคู่กันมารวดเร็วราวกับลม ได้ยินเสียงเส้ากระทุ้งบอกจังหวะฝีพายดังมาทางท้ายเรืออย่างพร้อมเพรียงฟังเร้าใจ เรือราชสีห์เรือคชสีห์ทะยานมาเป็นคู่ๆ ดูผาดโผนราวกับมีชีวิตจริงมองดูน่าขบขัน  เรือราชสีห์และเรือคชสีห์ที่เคียงคู่กันอยู่ ดูมีกำลังกล้าหาญเป็นอย่างยิ่ง เรือม้า ( มีโขนเรือเป็นรูปศีรษะม้า มีลักษณะก้มหน้าคล้ายม้าหมากรุก ) มีรูปลักษณ์ของโขนเรือเป็นรูปม้า ที่มีท่าทางมองมุ่งลงไปในน้ำ เรือมีลักษณะเรียวระหง ล่อลอยมาอย่างแช่มช้า งดงามราวกับม้าทรงของพระพายที่มีพละกำลังเผ่นโผนมาอย่างลำพอง เรือสิงห์( มีโขนเรือเป็นรูปสิงโต ) แล่นเผ่นโผนทะยานฝ่าคลื่นฟองมาอย่างรวดเร็วราวกับ เรือนาคา หรือเรือวาสุกรี โขนเรือเป็นรูปพญานาค ดูหน้าตาท่าทางมองเขม้นมาแล้วเหมือนมีชีวิตจริง ดูน่าขบขัน  เรือมังกร ( โขนเรือเป็นรูปมังกร ) ก็ล่องลอยมาในกระบวน พลพายพายเรืออย่างพร้อมเพรียง เรือล่องมาทันกันกันสิงห์ลำพอง กระบวนเรือล่องตามกันเป็นมาเป็นทิวแถว เรือเลียงผา มีโขนเรือเป็นรูปเลียงผากำลังยกเท้าอ้าขึ้นสูงราวกับจะกระโจนลงไปในน้ำ เรือที่มีโขนเรือเป็นรูปนกอินทรี กางปีกกว้างราวกับล่องลอยมาจากฟากฟ้ากระบวนเสด็จพยุหยาตราชลมารคเดินทางล่วงมา เสียงประโคมดนตรีดังก้อง เสียงไพร่หลแซ่ซ้องแห่โหมด้วยความโสมนัสยินดี ผู้คนสนุกสนานรื่นเริง จากนั้นก็เดินทางล่องไปต่อด้วยความรู้สึกชื่นใจ ไปยังบทชมปลา
 
 
 
 
 
การพิจารณาคุณค่าด้านวรรณศิลป์ เรื่องกาพย์เห่เรือ 
๑. เนื้อหา แบ่งออกเป็น ๕ ตอน คือ
๑.๑ การชมขบวนเรือในเวลาเช้า ได้พรรณนาไว้อย่างละเอียด พิสดาร
๑.๒ การชมฝูงปลาในเวลาสายอุปมาอุปไมยอย่างแจ่มชัดและกินใจอย่างยิ่ง
๑.๓ การชมพรรณนาดอกไม้ในเวลากลางวัน สอดใส่ความรู้สึก และอารมณ์ให้ผู้อ่านคล้อยตาม
๑.๔ การชมฝูงนกในเวลาเย็น อุปมาอุปไมยแจ่มชัด เด่นชัด  
๑.๕ การคร่ำครวญถึงนาง ในเวลากลางคืน สร้างบรรยากาศเชิงอรรถรสและวังเวง
๒. รูปแบบ ลักษณะคำประพันธ์ ใช้กาพย์ห่อโคลง คือ แต่งโคลงสี่สุภาพแล้วแต่งกาพย์เลียนแบบพรรณนาเพิ่มเติม ศิลปการประพันธ์ทำให้เกิดภาพพจน์ และความรู้สึกทางสุนทรียะอันได้แก่ ความชื่นชมในสิ่งสวยงามตามธรรมชาติ ความไพเราะของดนตรี ความรู้สึกแยบคายทางอารมณ์สะเทือนใจ 
 
 
 
 
การพิจารณาคุณค่าด้านสังคม เรื่องกาพย์เห่เรือ 
๑.สะท้อนภาพชีวิตคนไทยด้านการคมนาคม แสดงการสัญจรทางน้ำให้เห็นว่าเมืองไทยมีแม่น้ำลำคลองมาก
๒.แสดงถึงขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น ประเพณีการแต่งกาย ผู้หญิงห่มผ้าสไบคลุมไหล่ เป็นต้น การไว้ทรงผมผู้หญิงนิยมไว้ ผมยาวประบ่า แล้วเก็บไรที่ถอนผมออกเป็นวงกลมการบอกเวลา นิยมใช้กลอง ฆ้องเป็นเครื่องบอกเปลี่ยนเวลา
 
 
เรือในขบวนพยุหยาตรา   
 
 
   
 
      เรือชัย
 
  
 
 
เรือนาควาสุกรี
 
 
 
 
 
เรือเลียงผา
 
 
 
 
 
  เรือศรีสุพรรณหงส์

    

  

  เรือครุฑจับนาค

  

 

 เรือไกรสรมุข

  

เรือคชสีห์ 

 

เรือราชสีห์

 

เรือม้า

 

เรือมังกร 

 

เรือสิงห์

    

เรืออินทรี

 

 

รายชื่อกลุ่มผู้จัดทำ

นาย ชาญชิต              แสงนวล   

นาย ชัชพล              สอนหลวย   

นาย ณัฐพงศ์         ลีลาเทพินทร์  ๘

   นาย  นครินทร์                  ลีลา   ๑๑

   นาย  ปรานต์                ปานนิล   ๑๓

   นาย ชัยกฤต                    สุทธิ   ๑๖

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖/๑๐